6 แอปฝึกภาษาฟรี ที่ควรมีติดมือถือไว้

6 แอปฝึกภาษาฟรี ที่ควรมีติดมือถือไว้

อยากจะเก่งภาษา? เรียนในห้องเรียนอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะการเรียนภาษาคือการเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด เรียนในห้องเรียนแล้ว ก็ควรเรียนรู้เพิ่มเติมในชีวิตประจำวันทีละนิดให้ติดเป็นนิสัย

วันนี้ EFL Learning Centre มาแนะนำ 6 แอปฝึกภาษาฟรีที่ทุกคนควรมีติดเครื่องไว้ไม่เสียหาย ลองหยิบมาฝึกกันวันละ 10-15 นาที สะสมไปทีละนิด รับรองหนทางที่จะเก่งภาษาอยู่อีกไม่ไกลแน่นอน

1. Duolingo (Free)

แอปพลิเคชันฝึกภาษาชื่อดังที่ได้รับความนิยมทั่วโลก เหมาะกับเด็กๆ ที่ต้องการเรียนภาษาอังกฤษแบบพื้นฐาน เพราะมีการเรียนในรูปแบบเกม สามารถเลือกภารกิจในแต่ละวัน แล้วก็เล่นเก็บคะแนนไปเรื่อยๆ จนบรรลุภารกิจ นอกจากภาษาอังกฤษแล้วยังมีอีกหลายภาษามากกว่า 35+ ภาษาให้ฝึก เช่น Spanish, French, German, Portuguese, Italian, Irish, Dutch, Danish, Swedish 

ใช้งานฟรี แต่มีโฆษณา (จ่ายเงินเอาโฆษณาออกได้)

ดาวน์โหลดสำหรับ iOS

ดาวน์โหลดสำหรับ Android

2. Hello English: Learn English (Free)

ลองคิดดูสิว่าเป็นแอปพลิเคชันที่มีดีกรี Google EDITORS’ CHOICE หรือก็คือถูกแนะนำได้ Google กันเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นต้องเป็นแอปที่มีของไม่มากก็น้อย คุ้มค่าแกการดาวน์โหลดแน่ๆ การใช้งานจะมีเป็นตัวละครต่างๆ และเป็นการจำลองสถานการณ์ต่างๆ ที่เราต้องเจอในชีวิตประจำวัน ช่วยอัปสกิล Speaking ของเราได้ ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับการพูดภาษาอังกฤษ

ดาวน์โหลดสำหรับ iOS

ดาวน์โหลดสำหรับ Android

3. LearnEnglish GREAT Video (Free)

ใครที่ชอบอะไรบันเทิงๆ ก็ลองมาเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการดูวิดีโอกันดูบ้างกับแอป LearnEnglish GREAT Video ที่เป็นของ British Council ที่จะพาผู้เรียนไปฝึกภาษาอังกฤษจากการดูวิดีโอ แม้จะเป็น Beginners ก็ไม่เป็นไร เพราะมีซับไตเติล ให้อ่านตาม การฟังเจ้าของภาษาใช้ภาษาจริงๆ ในวิดีโอจะช่วยให้เราคุ้นชินกับสำเนียง พัฒนาทักษะการฟังให้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง

ดาวน์โหลดสำหรับ iOS

ดาวน์โหลดสำหรับ Android

4. Murphy’s English Grammar in Use (Free)

มาถึงคิวของการเรียน Grammar กันบ้าง ที่เรียนกี่ทีๆ ก็จำไม่ค่อยได้ ยังใช้ผิดใช้ถูกอยู่บ้าง เพราะฉะนั้นเลยต้องมาทบทวนกันบ่อยๆ ลองมาใช้แอปนี้ดูค่ะ เป็นการยกหนังสือเรียนไวยากรณ์มาวางไว้ในแอปเดียว ที่เดียวจบ มีบทเรียนไวยากรณ์ตั้งแต่เบสิคมากๆ อย่างการ article: a, an, the จนไปถึงระดับ advanced ขึ้นอย่างพวก Tense ทั้ง 12 

ใช้งานฟรีบางส่วน หากต้องการปลดล็อคทั้งหมดจะมีค่าใช้จ่ายที่ประมาณ 599 บาท 

ดาวน์โหลดสำหรับ iOS

ดาวน์โหลดสำหรับ Android

5. Urban Dictionary (Free)

อันดับสุดท้าย มาเป็นแอปที่เป็น Dictionary ซึ่งจะเป็นแบบ EN-EN นะ ดังนั้นจึงจะเหมาะกับผู้เรียนที่พอมีพื้นฐานแล้วบ้าง ไว้ฝึกเปิดหาคำศัพท์ยากๆ อย่างพวกแสลงที่ไม่เข้าใจความหมาย แอปจะมีตัวอย่างรูปประโยคให้ดูด้วยว่าใช้ในสถานการณ์ประมาณไหน แต่มีข้อเสียตรงที่ต้องระมัดระวังนิดหน่อย เพราะคลังคำศัพท์นี้เค้าเปิดให้ใครก็ได้สามารถแก้ไขและเพิ่มความหมายของคำได้ ดังนั้นต้องอาศัยดูการ upvote ของความหมายคำๆ นั้นด้วย

ใช้งานฟรี แต่มีโฆษณา 

ดาวน์โหลดสำหรับ iOS

ดาวน์โหลดสำหรับ Android

6. EchoEnglish (Free)

ไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะเป็นแอปคนไทยทำ ให้คนไทยใช้โดยเฉพาะ จัดทำโดยกระทรวงศึกษา ร่วมมือกับสถาบันกวดวิชา Enconcept สามารถเรียนในรูปแบบเป็นวิดีโอ บทเรียนแต่ละบทเรียนจะช่วยพัฒนาทักษะการพูด การฟัง การออกเสียง การพูดคุยตามสถานการณ์ที่อาจจะเจอในชีวิตประจำวัน พื้นฐานไวยากรณ์ และคำศัพท์ เรียกได้ว่ามีครอบคลุมหมดทุกแง่มุม เหมาะสำหรับผู้เรียนตั้งแต่ระดับเริ่มต้นถึงระดับกลาง

ใช้งานฟรี ไม่มี In-app Purchase ใดๆ 

ดาวน์โหลดสำหรับ iOS

ดาวน์โหลดสำหรับ Android

ท้ายสุดนี้ อย่าลืมลองแวะดู EFL Learning Centre มีคอร์สสอนภาษาอังกฤษให้เลือกหลากหลายสำหรับผู้เรียนทุกช่วงวัย

หากยังไม่มั่นใจว่าคุณควรจะเลือกคอร์สเรียนภาษาอังกฤษแบบไหนดี เพื่อให้เหมาะกับตัวคุณเองมากที่สุด สามารถติดต่อเราได้ตามช่องทางต่างๆ เพื่อปรึกษาวางแผนการเรียนได้ตลอดเวลา เรายินดีพร้อมให้บริการคุณ

ใส่ความเห็น